|
หลักใหญ่ๆ 3 ข้อ ในการเลือกเสื้อผ้าชุดไปทำงานจะต้องพิจารณา ได้แก่
1.สไตส์การแต่งกาย
ถ้าหน่วยงานนั้นมีกฎเกณฑ์ให้ใช้สูทกับกางเกงสีเดียวกัน เสื้อตัวในควรจะเป็นโทนสีเย็นและใช้สีอ่อนเสื้อครึ่งท่อนและเสื้อเชิ้ต
สำหรับผู้หญิงที่เป็นชุดทำงานควรจะเป็นแบบเรียบๆ
ไม่สมควรติดระบายจนรู้สึกรุ่มร่าม หรือประดับลูกไม้จนรุงรัง และหลีกเลี่ยงเสื้อคอคว้านลึก ผู้หญิงควรเลือกเสื้อแขนยาวเป็นหลั
ผู้ชายควรจะเลือกเสื้อเชิ้ตที่ไม่เน้นลำตัว เสื้อเชิ้ตควรเป็นเสื้อแขนยาวเสมอสิ่งที่ไม่เหมาะใช้ในที่ทำงานคือเสื้อยืดรัดรูป
ไม่เหมาะสมจะเป็นชุดใส่ไปทำงาน เพราะเสื้อยืดรัดรูปจะเน้นสัดส่วนเรือนกายให้เด่นชัด หากจะนำมาใช้กับชุดทำงาน
จะต้องมีสูทใส่ทับอีกชั้น เพื่อความเรียบร้อยในการทำงาน และมีระเบียบในที่ทำงาน ไม่เกิดปัญหากับเพื่อนร่วมงาน
หากไม่มีกฎเกณฑ์บังคับเคร่งครัดสามารถเลือกเสื้อสูทกับกางเกงคนละสีได้
กางเกง ผู้หญิงไม่ควรจะสวมกางเกงไปทำงาน ( เว้นแต่กรณีอากาศหนาว หรือในบริษัทไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ )
คุณอาจจะรวมกางเกงไว้กับเสื้อผ้าทำงานชุดหลักก็ได้ เพราะกางเกงใส่แล้วดูไม่เรียบรอย แต่ก็อย่าใส่กระโปรงให้สั้นเกินไปก็แล้วกัน
การเลือกเสื้อผ้าให้รับกับเรือนร่าง แต่ถ้าหลวมหรือคับเกินไปก็จะไม่ช่วยให้ภาพพจน์เด่นขึ้น
เสื้อผ้าซึ่งตัดเย็บอย่างประณีตแล้วจะไม่มีประโยชน์อันใดหากไม่รับกับเรือนร่างได้อย่างเหมาะเจาะ
เมื่อจะเลือกซื้อเสื้อผ้าจะต้องลองสวมก่อนเสมอ เพราะ
ถึงจะเลือกซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดีขนาดไหน ขนาดของเสื้อผ้าของแต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งยี่ห้อเดียวกัน
แต่ต่างแบบกัน ขนาดก็อาจจะต่างกันไปด้วย ฉะนั้น ในการลองเสื้อผ้า นอกจากจะดูว่าขนาดพอดีกับตัวแล้ว
ก็ต้องดูว่าเสื้อผ้านั้นสวมใส่สบายหรือไม่ โดยลองนั่ง ลุก ยืน และเดินไปมา ในขณะเดียวกันก็ตรวจดูคอเสื้อ ไหล่ เอว
ความยาวของเสื้อ รอยต่อแขน แขนเสื้อ และความยาวของกระโปรง หรือขากางเกง
2.ความประณีตในการตัดเย็บเสื้อผ้า
ความประณีตในการตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีคุณภาพนั้น จะต้องคงรูปตามเดิมอยู่ได้เป็นเวลาหลายปี จะสังเกตเห็นความประณีต
ฝีมือและความเอาใจใส่ ในการเย็บเสื้อผ้าได้จากสิ่งเหล่านี้ เช่น
1. แผ่นรองซับในควรจะทำด้วยวัสดุที่คงรูปร่างได้ดี ทนทาน เมื่อลองใช้มือขยำเสื้อดู
แผ่นรองซับในที่ทำด้วยวัสดุที่ดีก็ควรจะคืนรูปได้ดังเดิมทันที แต่เมื่อโดนน้ำเรื่อย ๆ จะเปื่อยยุ่ย และหลุดร่อนไปเอง
2. สำหรับเสื้อสูท ควรตรวจดูความเรียบร้อยของซับใน และดูว่าแผ่นรองซับในตรงบริเวณรอยต่อแขนเสื้อซึ่งช่วยไม่ให้ซับในบริเวณนั้นขาดง่าย
ควรจะทำด้วยวัสดุที่คงรูปร่างได้ดี ทนทาน เมื่อลองใช้มือขยำเสื้อดูแผ่นรองซับในที่ทำด้วยวัสดุที่ดีก็ควรจะคืนรูปได้ดังเดิมทันที
3. ปกและคอเสื้อ ควรจะพับลง ตั้งขึ้น หรือติดแนบกับตัวเสื้อตามแบบที่ผู้ออกแบบกำหนดและเมื่อผ่านการซักรีดเพียงครั้งหรือสองครั้ง
ปกและคอเสื้อไม่ควรเสียงรูปทรง ไม่ย้วย หรือหดงอ ควรตรวจดูว่าของตะเข็บของปกเสื้อไม่ร่น เย็บแน่นหนา
ได้เย็บซ่อนไว้อย่างเรียบร้อยมองไม่เห้นจากด้านนอก
ทำให้เสื้อผ้าดูไม่มีราคา
4. กระโปรงควรจะมีซับใน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระโปรงที่มีเนื้อผ้าที่อาจจะเสียรูปทรงได้ง่าย เช่น
กระโปรงถักกระโปรงที่ตัดเย็บอย่างดีควรจะมีซับในแยกต่างหากเย็บติดอยู่ด้านใน
5. ซิปและรังดุม ควรตรวจดูว่าไม่มีรอยย่นตามขอบซิป ไม่จำเป็นต้องสนใจกระดุมมากนักเพราะส่วนใหญ่เราจะดึงออกและติดเม็ดใหม่แทน
แต่ที่รังดุมควรจะดูให้ดีว่าเย็บไว้เรียบร้อยดีหรือไม่ รังดุมที่เย็บไว้รุ่ยร่าย
6. ควรตรวจดูตะเข็บว่าแข็งแรงพอที่จะไม่ปริแตกง่ายเวลาสวมใส่ และตะเข็บควรจะเป็นตะเข็บคู่
เพื่อกันไม่ให้รอยเย็บหลุดลุ่ยได้ง่ายจะสังเกตเห็นความประณีตฝีมือและความเอาใจใส่
7. เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าเนื้อดีที่สุดเท่าที่คุณจะมีกำลังซื้อได้ จะพูดถึงเรื่องเนื้อผ้าโดยละเอียดอีกครั้ง
8.ถ้าใช้ผ้าลายควรตรวจดูให้แน่ว่าลายผ้าต่อกันพอดีตรงรอยตะเข็บประณีต ฝีมือและความเอาใจใส่
เย็บแน่นหนา
|